น้ำลงเป็นอุปสรรคย้ายเรือคาร์โกเกยตื้นคลองสุเอซ

26 Mar by admin

น้ำลงเป็นอุปสรรคย้ายเรือคาร์โกเกยตื้นคลองสุเอซ

อียิปต์ซึ่งเป็นผู้ดูแลคลองสุเอซ ยังคงพยายามเคลื่อนย้ายเรือคาร์โกขนาดมหึมาที่เกยตื้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ขณะที่ภาวะน้ำลงเป็นปัญหาสำคัญ ในเวลาเดียวกัน จำนวนเรือรอผ่านเส้นทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า สืบเนื่องจากเหตุเรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์ของบริษัทเอเวอร์กรีน มารีน จากไต้หวัน ซึ่งมีความยาวประมาณ 400 เมตร และระวางขับน้ำประมาณ 200,000 ตัน ประสบเหตุเกยตื้นชายฝั่งคลองสุเอซ ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมานั้น
 
สำนักงานบริหารคลองสุเอซ ( เอสซีเอ ) ของรัฐบาลอียิปต์ รายงานเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับความคืบหน้าของภารกิจเคลื่อนย้ายเรือลำมหึมา เพื่อให้การจราจรบนเส้นทางเดินเรือสายสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สามารถกลับมาเคลื่อนตัวได้อีกครั้ง ว่าทุกภาคส่วนยังคงพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่ภาวะน้ำลง เงื่อนไขเรื่องกระแสลม และรูปทรงของเรือ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการทำงานของเรือลากจูง เพื่อเคลื่อนย้ายตัวเรือ
 
ด้านแหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า “โอกาสเหมาะสมที่สุด” ในการเคลื่อนย้ายเรือ คือระหว่างวันอาทิตย์ถึงวันจันทร์ที่ 29 มี.ค. นี้ ที่มีการพยากรณ์น้ำขึ้นสูง หมายความว่า ดำเนินการอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 24-48 ชั่วโมง จึงมีโอกาสที่สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ
 
ขณะที่แม้เอสซีเอยืนยันว่า สามารถเบี่ยงเส้นทางสัญจรให้กับเรือบรรทุกสินค้าได้แล้วหลายลำ แต่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างข้อมูลด้านการเดินเรือออนไลน์ จากหน่วยงานหลายแห่งทั้งของรัฐและเอกชน ว่ามีเรืออย่างน้อย 185 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือขนส่งสินค้าเทกอง เรือคาร์โก เรือบรรทุกน้ำมันและเรือลำเลียงสารเคมี ยังคงจอดรออยู่ที่ปากทางเข้าสู่คลองสุเอซ ด้วยความหวังว่าจะสามารถเดินทางผ่านได้ในอีกไม่ช้า
 
ส่วนรายงานวิเคราะห์เบื้องต้นโดยบริษัทลอยด์ หนึ่งในผู้ให้บริการด้านการประกันวินาศภัยรายใหญ่ของโลกจากสหราขอาณาจักร ระบุว่า อุปสรรคซึ่งกำลังเกิดขึ้นที่คลองสุเอซ สร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจโลกประมาณชั่วโมงละ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 12,460 ล้านบาท ) หมายความว่า เอเวอร์กรีน มารีน และบริษัทที่ทำประกันภัยให้กับเรือลำนี้ จะต้องเผชิญกับการเรียกค่าเสียหาย “เป็นมูลค่ามหาศาล”
 
อนึ่ง คลองสุเอซเป็นทางน้ำที่ขุดขึ้นโดยมนุษย์ มีความยาวประมาณ 193 กิโลเมตร ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2412 เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสินค้าสายสำคัญของโลก เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางเข้าและออกจากทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย